bookmark_borderเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

อาหารเสริมสำหรับกระดูก
กระดูกเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นของร่างกาย กระดูกเป็นโครงสร้างของร่างกาย ป้องกันอวัยวะต่างๆ ยึดเหนี่ยวกล้ามเนื้อ และเป็นแหล่งสะสมแคลเซียมภายในร่างกาย น่าเสียดายกระดูกมีอายุเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และมีแนวโน้มที่จะสูญเสียความแข็งแรง อย่างไรก็ตามคุณสามาถปกป้องกระดูกได้ด้วยการรับประทาน อาหารเสริมสำหรับกระดูก เช่น วิตามินและแร่ธาตุเสริม

อาหารเสริมสำหรับกระดูก ที่ต้องการมีอะไรบ้าง
กระดูกของคุณประกอบด้วยคอลลาเจนและแคลเซียม คอลลาเจนทำหน้าที่สร้างโครงสร้างและแคลเซียมส่งเสริมให้เกิดความแข็งแรงและทนทาน วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

ตลอดชีวิตของเรากระดูกมีโอกาสแตกหักและเสียหายได้เนื่องจากการขาดแคลเซียม คุณสามารถป้องกันความเสียหายของกระดูกได้โดยการเติมแคลเซียมและวิตามินดีให้กับร่างกาย

เมื่อไหร่ที่ควรรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริม
ในทางทฤษฎีแล้ว คุณได้รับแร่ธาตุและวิตามินจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไป ตัวอย่างเช่น คุณสามารถรับแคลเซียมได้จากผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต นม และชีส อย่างไรก็ตามคุณไม่สามารถรับสารอาหารได้เพียงพอจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไป นี่คือเหตุผลที่คุณต้องการอาหารเสริม ทั้งนี้ควรเพิ่มการรับประทาน อาหารเสริมสำหรับกระดูก เมื่อมีอาการดังต่อไป:

  • รับประทานมังสวิรัติและอาหารเหล่านั้นไม่มีแคลเซียมและวิตามินดีที่เพียงพอต่อร่างกาย
  • มีอาการแพ้แลคโตสเนื่องจากไม่สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งเป็นแหล่งของแคลเซียมและวิตามินดี
  • มีความผิดปกติของกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน และ โรคกระดูกอ่อนในเด็ก
  • ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
  • มีความผิดปกติที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้ แช่น กลุ่มโรคที่มีการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร และโรคโรคเซลิแอค
    คุณสามารถรับแคลเซียมและวิตามินดีจากการรับประทานและการใช้วัคซีนเสริม ในหนึ่งวันร่างกายของเราต้องการแคลเซียมปริมาณ 700 มิลลิกรัม และวิตามินดีปริมาณ 8.5 ถึง 10 ไมโครกรัม

ข้อควรระวัง
แคลเซียมเสริมไม่มีความจำเป็นกับทุกคน หากคุณมีปัญหาทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับปริมาณแคลเซียมที่มากเกินไปในร่างกาย คุณไม่ควรรับประทานแคลเซียมเสริม

หากคุณมีอาการแพ้วิตามินดี คุณไม่ควรรับประทานวิตามินดีเสริม ทั้งนี้คุณควรได้รับวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสม ปริมาณวิตามินดีที่มากเกินไปส่งผลให้กระดูกอ่อนแอและสร้างความเสียหายแก่ไตและหัวใจ วิตามินดียังมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ความดัน และอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรรับประทานอาหารเสริมควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย

เมื่อการรับประทานอาหารไม่อาจทำให้คุณรับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอได้ การรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริมอาจช่วยคุณได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมใดๆ

bookmark_borderอยากให้ตับแข็งแรงต้องทาน Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ

อยากให้ตับแข็งแรงต้องทานอะไร?

เทรนด์ใหม่ยอดนิยมในโลกปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นเทรนด์สำหรับสุขภาพ ที่กำลังมาแรงและไม่มีท่าทีที่จะหยุดหย่อน คนไทยสมัยใหม่ได้หันมารักสุขภาพกันมากขึ้น และการรักษาสุขภาพก็มีหลากหลายประเภทแยกย่อยไปอีก วันนี้เราจะมาแนะนำอาหารสำหรับบำรุงตับให้แข็งแรงกันดีกว่า เริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาแรงสำหรับตอนนี้นั้นก็คือ Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ ที่หลายท่านให้ความไว้วางใจ หรือจะเป็นอาหารที่มีตามท้องตลาดที่สามารถหาได้อย่างง่ายๆ และราคาไม่สูง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.กะหล่ำปลี เพราะในกะหล่ำปลีมีส่วนช่วยเพิ่มกลูต้าไธโอนในร่างกาย ทำให้ล้างสารพิษ บำรุงตับได้เป็นอย่างดี

2.แครอท เพราะในแครอทมีวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามิน A, B1, B2, C, D และ K ซึ่งมีผลที่จะช่วยบำรุงเลือด และบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย

3.บีทรูท เพราะมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยชั้นดีที่จะบำรุงตับของเราให้แข็งแรงอย่างเห็นผล เนื่องจากสารตัวนี้จะเข้าไปบำรุงตับ และทำให้ตับฟื้นฟูตัวเองได้

4.ลิ้นจี่ เพราะลิ้นจี่นี้ก็เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน กลูโคส และมีฤทธิ์อุ่นช่วยบรรเทาอาการอักเสบของตับได้ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีอาการคอแห้ง เจ็บคอ ปวดฟัน หรือท้องผูกสักเท่าไหร่ เพราะอาจยิ่งทำให้อาการเหล่านั้นกำเริบหนักได้

5.ชาเขียว เพราะชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้มีส่วนช่วยในการบำรุงตับได้เป็นอย่างดี และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับได้อีกต่างหาก

6.มันเทศ เพราะเป็นอาหารบำรุงตับที่มีกลูโคชิโนเลต ซึ่งเป็นสารอาหารที่หาได้จากพืชผักอยู่เพียบ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตเอนไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอนไซม์ที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยให้ตับลดภาระหนักได้ในแต่ละวัน

เพียง 6 อย่างนี้ ก็จะช่วยบำรุงให้ตับของเราห่างไกลและไม่เสี่ยงกับโรคตับแข็งหรือโรคตับอักเสบได้แล้วหละ